ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

น้อมรำลึก 104 ปี ชาตกาล หลวงพ่อพุธ ฐานิโย วัดป่าสาลวัน จ.นครราชสีมา

น้อมรำลึกครบรอบ 104 ปี ชาตกาล หลวงพ่อพุธ ฐานิโย อดีตเจ้าอาวาสวัดป่าสาลวัน จ.นครราชสีมา

 



วันเสาร์ที่ 8 ก.พ.2568 น้อมรำลึกครบรอบ 104 ปี ชาตกาล “พระราชสังวรญาณ” หรือ “หลวงพ่อพุธ ฐานิโย” อดีตเจ้าอาวาสวัดป่าสาลวัน อ.เมือง จ.นครราชสีมา พระวิปัสสนาจารย์อีกท่านหนึ่งแห่งดินแดนอีสาน และเป็นลูกศิษย์องค์สุดท้ายของหลวงปู่เสาร์ กันตสีโล

มีนามเดิมว่า พุธ อินทรหา เกิดเมื่อวันพุธที่ 8 ก.พ.2464 ที่หมู่บ้านชนบท ต.หนองหญ้าเซ้ง อ.หนองโดน จ.สระบุรี บิดา-มารดามีอาชีพทำไร่ทำนาและค้าขาย

อายุ 4 ขวบ บิดา-มารดาถึงแก่กรรม ญาติที่อยู่ที่หมู่บ้านโคกพุทรา ต.ตาลเนิ้ง อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร จึงมารับไปอุปการะ

อายุ 8 ขวบ เข้าเรียนในโรงเรียนประชาบาลวัดไทรทอง ต.ตาลเนิ้ง เรียนจนจบชั้นประถมปีที่ 6

ต่อมาเมื่อปี พ.ศ.2479 ขณะอายุ 15 ปี ขอร้องให้ญาติซึ่งเป็นผู้ปกครองพาไปบรรพชาที่วัดอินทร์สุวรรณ บ้านโคกพุทรา ต.ตาลเนิ้ง อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร มีพระครูวิบูลย์ธรรมขันธ์ เจ้าคณะอำเภอสว่างแดนดิน เป็นพระอุปัชฌาย์ และพระครูโพธิภูมิไพโรจน์ เป็นพระบรรพชาจารย์

อาศัยอยู่กับพระครูโพธิภูมิไพโรจน์ ศึกษาทางด้านพระปริยัติธรรม และในพรรษาแรก สามารถสอบได้นักธรรมชั้นตรี และเริ่มรับการฝึกอบรมด้านปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฏฐานจากพระอาจารย์เสาร์เป็นครั้งแรก

ต่อมาในปี พ.ศ.2483 พระอาจารย์เสาร์พาไปฝากตัวเป็นศิษย์พระปัญญาพิศาลเถร (หนู ฐิตปัญโญ) ที่วัดปทุมวนาราม (วัดสระปทุม) กรุงเทพฯ ให้ช่วยอบรมสั่งสอนจึงได้ศึกษาพระปริยัติธรรมแผนกบาลี และสามารถสอบได้เปรียญ 4 ประโยค

อยู่ที่วัดปทุมวนารามจนอายุครบบวช ในปี พ.ศ.2485 จึงได้รับการอุปสมบท มีพระปัญญาพิศาลเถระ (หนู) เป็นพระอุปัชฌาย์ และได้รับฉายาว่า ฐานิโย

ในปี พ.ศ.2487 สมัยสงครามเอเชียบูรพา อพยพกลับไปจำพรรษาที่วัดบูรพา จ.อุบลราชธานี และได้อยู่จำพรรษาที่วัดแห่งนี้จนถึงปี พ.ศ.2489 ในระหว่างนั้นท่านได้เกิดอาพาธหนัก เป็นวัณโรค

ต่อมาได้พบกับหลวงปู่ฝั้น อาจาโร และช่วยรักษาโดยการสอนให้เพ่งอาการ 32 โดยให้พิจารณาถึงความตายให้มากที่สุด ทั้งยังคอยให้กำลังใจกับท่านตลอดเวลา

พ.ศ.2490 จำพรรษาที่วัดเขาสวนกวาง จ.ขอนแก่น แต่อาการป่วยด้วยโรควัณโรคยังไม่หายขาด

พ.ศ.2491 กลับมาจำพรรษาที่วัดบูรพา จ.อุบลราชธานี และในปี พ.ศ.2495 ได้รับแต่งตั้งให้ช่วยงานเกี่ยวกับคณะสงฆ์ เป็นผู้ช่วยเจ้าคณะอำเภอวารินชำราบ

ลำดับงานปกครองคณะสงฆ์ พ.ศ.2496 เป็นเจ้าอาวาส วัดป่าแสนสำราญ อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี พ.ศ.2500 เป็นเจ้าคณะอำเภอวารินชำราบ พ.ศ.2511 เป็นเจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ พ.ศ.2513 เป็นเจ้าอาวาสวัดป่าสาลวัน

ลำดับสมณศักดิ์ พ.ศ.2500 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นตรีที่ พระครูพุทธิสารสุนทร

พ.ศ.2512 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญที่ พระชินวงศาจารย์

วันที่ 12 ส.ค.2535 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นราชที่ พระราชสังวรญาณ

ในห้วงที่ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดป่าสาลวัน ปฏิบัติกิจของสงฆ์ ทำหน้าที่เป็นวิทยากรบรรยายธรรม สร้างคุณประโยชน์ต่อศาสนามากมาย และสร้างโรงเรียนราชอุปถัมภ์ สร้างอาคารให้เด็กนักเรียน มอบทุนสนับสนุนการก่อตั้งมูลนิธิของโรงเรียน ตลอดจนหน่วยงาน ราชการต่างๆ

นอกจากนี้ยังช่วยจัดซื้อเครื่องมือแพทย์ให้กับโรงพยาบาลเสมอๆ อีกทั้งยังมอบทุนสนับสนุนการก่อสร้างตึกสงฆ์อาพาธ โรงพยาบาลมหาราช จังหวัดนครราชสีมา รวมทั้งมอบทุนสนับสนุนการก่อตั้งมูลนิธิของโรงพยาบาลต่างๆ อีกด้วย

ในปี พ.ศ.2527 รับเป็นองค์อุปถัมภ์ มูลนิธิหลวงพ่อพุธ ฐานิโย ของโรงพยาบาลศรีนครินทร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น รับเป็นประธานและวิทยากรในการอบรมสมาธิครูและนักเรียนของเขตการศึกษาที่ 11 อันได้แก่ นครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ สุรินทร์ และศรีสะเกษ

มรณภาพอย่างสงบ เมื่อวันที่ 15 พ.ค. 2542 สิริอายุ 78 ปี พรรษา 57




ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

น้อมรำลึกครบ 180 ปี ชาตกาล หลวงพ่อห้อง พุทธรักขิโต วัดช่องลม จ.ราชบุรี

น้อมรำลึกครบ 180 ปี ชาตกาล หลวงพ่อห้อง พุทธรักขิโต วัดช่องลม จ.ราชบุรี     วันเสาร์ที่ 15 ก.พ.2568 น้อมรำลึกครบ 180 ปี ชาตกาล หลวงพ่อห้อง พุทธรักขิโต หรือ พระครูอินทเขมาจารย์ วัดช่องลม จ.ราชบุรี พระเกจิผู้ปรากฏเกียรติคุณชื่อเสียงโด่งดังมาแต่ครั้งอดีต วัตถุมงคลล้วนได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะเหรียญหล่อโบราณ เกิดที่บ้านหน้าเมือง จังหวัดราชบุรี เมื่อวันที่ 15 ก.พ.2388 ครั้นเมื่ออายุครบบวช เข้าพิธีอุปสมบทที่วัดช่องลม จังหวัดราชบุรี อายุ 36 ปี พรรษา 15 ในปี พ.ศ.2424 พระครูอินทเขมาจารย์ (เรือง) เห็นถึงความอุตสาหวิริยะหมั่นเพียร และเอาใจใส่ในธุระของการศาสนา จึงได้แต่งตั้งให้เป็นพระปลัด ต่อมาในปี พ.ศ.2432 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ที่ พระครูอินทเขมาจารย์ ตำแหน่งรองเจ้าคณะจังหวัดราชบุรี พ.ศ.2455 ก็ได้เลื่อนขึ้นเป็นเจ้าคณะจังหวัดราชบุรี เคร่งครัดในพระธรรมวินัย มีจริยวัตรที่น่าเลื่อมใส ท่านได้ช่วยระงับอธิกรณ์น้อยใหญ่ และบริหารคณะสงฆ์ด้วยดีเสมอมา นอกจากนี้ ท่านยังได้บำรุงพระพุทธศาสนาโดยการบูรณปฏิสังขรณ์เสนาสนะต่างๆ ภายในวัดช่องลมให้เจริญรุ่งเรืองมาจน ทุกวันนี้ วัดช่องลม ตั้งอยู่บนถ...

น้อมรำลึก 16 ปี มรณกาล หลวงพ่อถม ธัมมทีโป วัดเชิงท่า จ.ลพบุรี

น้อมรำลึก 16 ปี มรณกาล หลวงพ่อถม ธัมมทีโป อดีตเจ้าอาวาสวัดเชิงท่า จ.ลพบุรี     วันเสาร์ที่ 15 มี.ค.2568 น้อมรำลึกครบรอบ 16 ปี มรณกาล “พระครูโสภณธรรมรัต” หรือ “หลวงพ่อถม ธัมมทีโป” อดีตเจ้าอาวาสวัดเชิงท่า ต.ท่าหิน อ.เมือง จ.ลพบุรี และที่ปรึกษาเจ้าคณะอำเภอเมืองลพบุรี พระเถระนักพัฒนาที่ชาวเมืองลพบุรีต่างให้ความเลื่อมใสศรัทธา มีนามเดิมว่า ถม สงวนวงษ์ เกิดเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 7 พฤศจิกายน 2455 ตรงกับวันแรม 13 ค่ำ เดือน 11 ปีชวด เวลาประมาณ 04.00 น. ที่บ้านโพธิ์ผีไห้ ต.โพธิ์เก้าต้น อ.เมือง จ.ลพบุรี บิดาเป็นกำนันชื่อ นายลอย สงวนวงษ์ และมารดาชื่อ เนย ครอบครัวประกอบอาชีพทำนา เริ่มการศึกษาครั้งแรกกับโยมบิดาตั้งแต่อายุได้ 5 ปี ต่อมาในพ.ศ.2462 บิดาได้นำตัวมาฝากไว้กับอาชื่อ สามเณรแถม ที่วัดเชิงท่า ต.ท่าหิน อ.เมือง จ.ลพบุรี เรียนหนังสือแบบเรียนเร็ว หนังสือมูลบทบรรพกิจ รวมทั้งหัดอ่านตัวขอมจากหนังสือพระมาลัย จนถึงพ.ศ.2464 บิดานำตัวไปฝากเรียนที่โรงเรียนประจำจังหวัดลพบุรี ในครั้งนั้นอยู่ที่บ้านวิชาเยนทร์ เรียนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 พ.ศ.2465 ย้ายไปอยู่กับพระครูธรรมรักขิต ผู้เป็นอา ที่วัดสุทัศนเทพวร...