ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

น้อมรำลึก 16 ปี มรณกาล หลวงพ่อถม ธัมมทีโป วัดเชิงท่า จ.ลพบุรี

น้อมรำลึก 16 ปี มรณกาล หลวงพ่อถม ธัมมทีโป อดีตเจ้าอาวาสวัดเชิงท่า จ.ลพบุรี

 


 


วันเสาร์ที่ 15 มี.ค.2568 น้อมรำลึกครบรอบ 16 ปี มรณกาล “พระครูโสภณธรรมรัต” หรือ “หลวงพ่อถม ธัมมทีโป” อดีตเจ้าอาวาสวัดเชิงท่า ต.ท่าหิน อ.เมือง จ.ลพบุรี และที่ปรึกษาเจ้าคณะอำเภอเมืองลพบุรี พระเถระนักพัฒนาที่ชาวเมืองลพบุรีต่างให้ความเลื่อมใสศรัทธา

มีนามเดิมว่า ถม สงวนวงษ์ เกิดเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 7 พฤศจิกายน 2455 ตรงกับวันแรม 13 ค่ำ เดือน 11 ปีชวด เวลาประมาณ 04.00 น. ที่บ้านโพธิ์ผีไห้ ต.โพธิ์เก้าต้น อ.เมือง จ.ลพบุรี บิดาเป็นกำนันชื่อ นายลอย สงวนวงษ์ และมารดาชื่อ เนย ครอบครัวประกอบอาชีพทำนา

เริ่มการศึกษาครั้งแรกกับโยมบิดาตั้งแต่อายุได้ 5 ปี ต่อมาในพ.ศ.2462 บิดาได้นำตัวมาฝากไว้กับอาชื่อ สามเณรแถม ที่วัดเชิงท่า ต.ท่าหิน อ.เมือง จ.ลพบุรี

เรียนหนังสือแบบเรียนเร็ว หนังสือมูลบทบรรพกิจ รวมทั้งหัดอ่านตัวขอมจากหนังสือพระมาลัย

จนถึงพ.ศ.2464 บิดานำตัวไปฝากเรียนที่โรงเรียนประจำจังหวัดลพบุรี ในครั้งนั้นอยู่ที่บ้านวิชาเยนทร์ เรียนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 1

พ.ศ.2465 ย้ายไปอยู่กับพระครูธรรมรักขิต ผู้เป็นอา ที่วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร กรุงเทพฯ ได้ศึกษาที่โรงเรียนของวัดสุทัศน์จนจบชั้นประถมศึกษา และจบประถมช่างไม้ จากนั้นเรียนภาษาบาลีเพิ่มเติม พออายุ 15 ปี ตรงกับพ.ศ.2470 กลับบ้านมาช่วยครอบครัวทำนา

จนกระทั่งอายุครบ 20 ปี เข้าพิธีอุปสมบทที่พัทธสีมาวัดโคกหม้อ ต.โพธิ์เก้าต้น อ.เมือง จ.ลพบุรี เมื่อวันที่ 15 ก.ค.2475 โดยมีพระครูโวทานสมณคุต ผู้เป็นเจ้าอาวาสวัดกวิศรารามฯ เจ้าอาวาสวัดเชิงท่าและเจ้าคณะจังหวัดลพบุรี เป็นพระอุปัชฌาย์, พระอธิการบุญ เจ้าอาวาสโคกหม้อ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระอาจารย์ฉาย วัดเชิงท่า เป็นพระอนุสาวนาจารย์

พ.ศ.2479 ย้ายมาอยู่วัดเชิงท่า เพื่อศึกษาพระปริยัติธรรม ด้วยความมุ่งมั่น พ.ศ.2481 สามารถสอบได้นักธรรมชั้นเอก

ลำดับงานปกครองคณะสงฆ์ พ.ศ.2482 เป็นผู้รักษาการเจ้าอาวาสวัดเชิงท่า พ.ศ.2504 เป็นเจ้าอาวาสวัดเชิงท่า

พ.ศ.2505 เป็นเจ้าคณะตำบลพรหมมาสตร์และตำบลบางขันหมาก จ.ลพบุรี พ.ศ.2508 เป็นพระธรรมทูตของกองอำนวยการก่อสร้างตึกสงฆ์อาพาธ โรงพยาบาลลพบุรี

พ.ศ.2516 เป็นพระอุปัชฌาย์ พ.ศ.2519 เป็นรองเจ้าคณะอำเภอเมืองลพบุรี

พ.ศ.2543 เป็นที่ปรึกษาเจ้าคณะอำเภอเมืองลพบุรี

ลำดับสมณศักดิ์ พ.ศ.2493 เป็นพระครูใบฎีกา ตำแหน่งฐานานุกรมของพระกิตติญาณมุนี (พระพุทธวรญาณ)

พ.ศ.2513 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูชั้นสัญญาบัตร ในราชทินนามที่พระครูโสภณธรรมรัต พ.ศ.2525 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูชั้นสัญญาบัตร รองเจ้าคณะอำเภอชั้นเอก ในราชทินนามเดิม

พระครูโสภณธรรมรัตมีบทบาทในการทำนุส่งเสริมพระพุทธศาสนา เป็นครูสอนพระปริยัติธรรม ณ สำนักวัดเชิงท่า ตั้งแต่พ.ศ.2482 จนถึงพ.ศ.2535 ได้นิพนธ์งานส่งเสริมศีลธรรมอันดีตามหลักพระพุทธศาสนาให้กับปวงชน และพิมพ์เผยแพร่อย่างสม่ำเสมอ

มีหน้าที่บริหารคณะสงฆ์อำเภอเมืองลพบุรี รวมทั้งได้อบรมพระภิกษุสามเณรร่วมกับเจ้าคณะอำเภอเมืองลพบุรีเป็นประจำ

จัดสร้างพิพิธภัณฑ์หอโสภณศิลป์ เพื่อรวบรวมและจัดแสดงศิลปะโบราณวัตถุอันมีค่า ในการศึกษามรดกวัฒนธรรมไทยให้ได้เป็นประโยชน์แก่ผู้สนใจ

เมื่อวันที่ 30 ก.ย.2545 ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดพิพิธภัณฑ์หอโสภณศิลป์ วัดเชิงท่า ซึ่งเป็นสถานที่เก็บรวบรวมสิ่งที่มีคุณค่าและมีประโยชน์อย่างยิ่งในศิลปวัฒนธรรม

ได้รับการยอมรับโดยทั่วไปว่าเป็น “ปูชนียบุคคล” ของพุทธศาสนิกชนทั้งหลาย เพราะท่านมีความเป็นอยู่ด้วยความสงบ ตามสมณวิสัย ซึ่งหาได้อย่างยากยิ่งในปัจจุบัน

ย้ายมาอยู่วัดเชิงท่าตั้งแต่ พ.ศ.2479 และได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาสในปีพ.ศ.2504 นั่นหมายถึงว่า ชั่วชีวิตได้ทุ่มเททำงานปฏิบัติงานทำนุบำรุงส่งเสริมพระพุทธศาสนามากมายนานัปการ และได้บูรณปฏิสังขรณ์วัดเชิงท่ามาอย่างต่อเนื่อง จนเป็นที่ศรัทธาของประชาชนทั่วไป

วันที่ 14 ก.พ.2552 ล้มป่วยอาพาธด้วยโรคชราและโรคไต คณะศิษยานุศิษย์นำส่งโรงพยาบาลเมืองนารายณ์ ให้แพทย์วินิจฉัยรักษา จนถึงวันที่ 9 มี.ค.2552 ได้ย้ายมารักษาต่อที่โรงพยาบาลลพบุรี

กระทั่งเมื่อเวลา 15.07 น. วันที่ 15 มี.ค.2552 มรณภาพด้วยอาการสงบ สิริอายุ 96 ปี พรรษา 77


ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

น้อมรำลึกครบ 180 ปี ชาตกาล หลวงพ่อห้อง พุทธรักขิโต วัดช่องลม จ.ราชบุรี

น้อมรำลึกครบ 180 ปี ชาตกาล หลวงพ่อห้อง พุทธรักขิโต วัดช่องลม จ.ราชบุรี     วันเสาร์ที่ 15 ก.พ.2568 น้อมรำลึกครบ 180 ปี ชาตกาล หลวงพ่อห้อง พุทธรักขิโต หรือ พระครูอินทเขมาจารย์ วัดช่องลม จ.ราชบุรี พระเกจิผู้ปรากฏเกียรติคุณชื่อเสียงโด่งดังมาแต่ครั้งอดีต วัตถุมงคลล้วนได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะเหรียญหล่อโบราณ เกิดที่บ้านหน้าเมือง จังหวัดราชบุรี เมื่อวันที่ 15 ก.พ.2388 ครั้นเมื่ออายุครบบวช เข้าพิธีอุปสมบทที่วัดช่องลม จังหวัดราชบุรี อายุ 36 ปี พรรษา 15 ในปี พ.ศ.2424 พระครูอินทเขมาจารย์ (เรือง) เห็นถึงความอุตสาหวิริยะหมั่นเพียร และเอาใจใส่ในธุระของการศาสนา จึงได้แต่งตั้งให้เป็นพระปลัด ต่อมาในปี พ.ศ.2432 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ที่ พระครูอินทเขมาจารย์ ตำแหน่งรองเจ้าคณะจังหวัดราชบุรี พ.ศ.2455 ก็ได้เลื่อนขึ้นเป็นเจ้าคณะจังหวัดราชบุรี เคร่งครัดในพระธรรมวินัย มีจริยวัตรที่น่าเลื่อมใส ท่านได้ช่วยระงับอธิกรณ์น้อยใหญ่ และบริหารคณะสงฆ์ด้วยดีเสมอมา นอกจากนี้ ท่านยังได้บำรุงพระพุทธศาสนาโดยการบูรณปฏิสังขรณ์เสนาสนะต่างๆ ภายในวัดช่องลมให้เจริญรุ่งเรืองมาจน ทุกวันนี้ วัดช่องลม ตั้งอยู่บนถ...

น้อมรำลึก 104 ปี ชาตกาล หลวงพ่อพุธ ฐานิโย วัดป่าสาลวัน จ.นครราชสีมา

น้อมรำลึกครบรอบ 104 ปี ชาตกาล หลวงพ่อพุธ ฐานิโย อดีตเจ้าอาวาสวัดป่าสาลวัน จ.นครราชสีมา   วันเสาร์ที่ 8 ก.พ.2568 น้อมรำลึกครบรอบ 104 ปี ชาตกาล “พระราชสังวรญาณ” หรือ “หลวงพ่อพุธ ฐานิโย” อดีตเจ้าอาวาสวัดป่าสาลวัน อ.เมือง จ.นครราชสีมา พระวิปัสสนาจารย์อีกท่านหนึ่งแห่งดินแดนอีสาน และเป็นลูกศิษย์องค์สุดท้ายของหลวงปู่เสาร์ กันตสีโล มีนามเดิมว่า พุธ อินทรหา เกิดเมื่อวันพุธที่ 8 ก.พ.2464 ที่หมู่บ้านชนบท ต.หนองหญ้าเซ้ง อ.หนองโดน จ.สระบุรี บิดา-มารดามีอาชีพทำไร่ทำนาและค้าขาย อายุ 4 ขวบ บิดา-มารดาถึงแก่กรรม ญาติที่อยู่ที่หมู่บ้านโคกพุทรา ต.ตาลเนิ้ง อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร จึงมารับไปอุปการะ อายุ 8 ขวบ เข้าเรียนในโรงเรียนประชาบาลวัดไทรทอง ต.ตาลเนิ้ง เรียนจนจบชั้นประถมปีที่ 6 ต่อมาเมื่อปี พ.ศ.2479 ขณะอายุ 15 ปี ขอร้องให้ญาติซึ่งเป็นผู้ปกครองพาไปบรรพชาที่วัดอินทร์สุวรรณ บ้านโคกพุทรา ต.ตาลเนิ้ง อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร มีพระครูวิบูลย์ธรรมขันธ์ เจ้าคณะอำเภอสว่างแดนดิน เป็นพระอุปัชฌาย์ และพระครูโพธิภูมิไพโรจน์ เป็นพระบรรพชาจารย์ อาศัยอยู่กับพระครูโพธิภูมิไพโรจน์ ศึกษาทางด้านพระปริยัติธรรม และในพรรษาแรก ส...