ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

น้อมรำลึกครบรอบ 123 ปี ชาตกาล ครูบาอิน อินโท วัดคันธาวาส (ทุ่งปุย) จ.เชียงใหม่

น้อมรำลึกครบรอบ 123 ปี ชาตกาล ครูบาอิน อินโท วัดคันธาวาส (ทุ่งปุย) จ.เชียงใหม่

 



วันพุธที่ 5 ก.พ.2568 น้อมรำลึกครบรอบ 123 ปี ชาตกาล “พระครูวรวุฒิคุณ” หรือ “ครูบาอิน อินโท” วัดคันธาวาส (ทุ่งปุย) กิ่งอ.ดอยหล่อ จ.เชียงใหม่ พระเถระชั้นผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือของชาวจังหวัดเชียงใหม่

เกิดในครอบครัว เขียวสุขคำ ของนายหนุ่ม นางคำป้อ ที่บ้านทุ่งปุย กิ่งอ.ดอยหล่อ จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 5 ก.พ.2445

ครั้นเจริญวัย บรรพชาที่วัดทุ่งปุย เมื่ออายุ 15 ปี เมื่ออายุ 20 ปี เข้าพิธีอุปสมบท มีพระอธิการยศเป็นพระอุปัชฌาย์, พระอธิการกว้าง วัดสองแคว และพระอธิการอ้าย วัดทุ่งปุย เป็นพระคู่สวด

ได้รับฉายาว่า อินโท สอดคล้องกับนามเดิมของท่าน

พากเพียรเรียนพระปริยัติธรรม ทั้งในฝ่ายปริยัติและปฏิบัติควบคู่กันไปอย่างจริงจัง เรียนสมถกัมมัฏฐาน วิปัสสนากัมมัฏฐาน


จากนั้นเดินทางมาเรียนกัมมัฏฐานเพิ่มเติมที่วัดมหาธาตุฯ กทม.โดยฝึกกับพระเทพสิทธิมุนี (โชฎก ญาณสิทธิป.ธ.9) มีสมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสภเถร) ครั้งยังดำรงสมณศักดิ์ที่พระพิมลธรรม เป็นประธาน


ครูบาอาจารย์จากทางเหนือที่ไปร่วมปฏิบัติวิปัสสนาด้วยกัน คือ พระสุพรหมยานเถระ หรือครูบาพรหมจักร พรหมจักโก วัดพระพุทธบาทตากผ้า จ.ลำพูน, ครูบาอินทจักร วัดน้ำบ่อหลวง, พระธรรมมังคลาจารย์ (ทอง สิริมังคโล) วัดร่ำเปิง

ด้านวิทยาคม ศึกษาจากพระอุปัชฌาย์ และพระอาจารย์รูปอื่นๆ เพียงไม่กี่รูป ส่วนใหญ่แล้วจะศึกษาด้วยตนเองจากคัมภีร์โบราณ และยังกระทำกิจของศาสนาอเนกประการ จนได้ตำแหน่งบริหาร คือ พ.ศ.2485 เป็นเจ้าอาวาสวัดทุ่งปุย พ.ศ.2494 เป็นเจ้าคณะตำบลยางคราม พ.ศ.2496 เป็นพระอุปัชฌาย์

พ.ศ.2502 พระครูประทวน พ.ศ.2506 ได้รับสมณศักดิ์สัญญาบัตรที่พระครูวรวุฒิคุณ

พ.ศ.2519 เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นโท ในราชทินนามเดิม

ครูบาอินผูกพันกับวัดทุ่งปุยตั้งแต่บวชครั้งแรกจนได้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส

อดีตวัดทุ่งปุย เป็นวัดร้างที่ได้รับการบูรณะ โดยครูบาคันธา สมภารรูปแรก เมื่อปี พ.ศ.2395 ก่อนที่จะได้รับการเปลี่ยนชื่ออย่างเป็นทางการว่า วัดคันธาวาส

ก่อนหน้าจะมาครองวัด ประมาณปี พ.ศ.2504 ได้รับอาราธนาให้ไปจำพรรษาอยู่ที่วัดฟ้าหลั่ง ซึ่งอดีตเคยเป็นวัดร้าง สามารถเรียกคณะศรัทธามาร่วมกันแผ้วถาง ก่อสร้างพัฒนาจนกลายเป็นวัดที่สมบูรณ์อีกครั้ง

สภาพของวัดที่เห็นในปัจจุบัน ค่อยๆ สร้างขึ้นโดยยึดคติ “ค่อยๆ ทำไป” ไม่บอกบุญให้ใครเป็นทุกข์เดือดร้อน จนถูกเรียกขานอีกนามหนึ่งว่า ครูบาฟ้าหลั่ง

เมื่อวัดฟ้าหลั่งมีความรุ่งเรืองขึ้น ท่านก็หวนกลับสู่บ้านเกิดในวัย 98 ปี อยู่จำพรรษาเป็นมิ่งขวัญของชาวบ้านทุ่งปุยมาจนถึงปัจจุบัน

แม้จะอายุมาก แต่ท่านปฏิบัติกิจวัตรประจำวันมิได้ขาด ทั้งทำวัตรเช้า-เย็น พร้อมกับเดินจงกรม นั่งสมาธิ ภาวนาตอนเช้ามืดและก่อนนอน พอใจในชีวิตที่เรียบง่าย

ตลอดเพศบรรพชิตเป็นผู้ที่มีสติระมัดระวัง และรู้เท่าทันต่อเหตุการณ์อยู่เสมอ เมื่อมีเหตุการณ์เกิดขึ้นในวงการพระพุทธศาสนา และมีผู้ไปถามความเห็นจากท่าน ก็จะให้ข้อคิดที่ดี โดยยึดหลักธรรมะ ไม่เคยซ้ำเติมผู้ใดด้วยอคติหรืออารมณ์

วัตรปฏิบัติประจำวัน ท่านจะตื่นจำวัดตอนตี 4 ไหว้พระทำวัตร สวดมนต์ เดินจงกรม นั่งสมาธิ เมื่อพระในวัดมาพร้อมกันที่กุฏิ ท่านก็จะเป็นผู้นำในการสวดมนต์ทำวัตรเช้า และนั่งสมาธิแผ่เมตตา

จะฉันประมาณ 8 โมงเช้า โดยฉันเพียงมื้อเดียว และไม่ฉันอย่างอื่นนอกจากน้ำตลอดทั้งวัน

อาพาธเข้าโรงพยาบาลครั้งแรก เมื่อวันที่ 4 เม.ย. 2545 แพทย์วินิจฉัยว่าติดเชื้อในปอด และน้ำท่วมหัวใจ พักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ กระทั่งถึงวันที่ 18 เม.ย. 2545 กลับมาพักรักษาตัวอยู่ที่วัดคันธาวาส (วัดทุ่งปุย) อาการดีขึ้น

ครั้งสุดท้าย เมื่อวันที่ 14 มี.ค.2546 จนถึงวันที่ 12 เม.ย.2546 เวลา 13.15 น. อาการเริ่มทรุดลง จนถึงเวลา 19.40 น. ก็ละสังขารจากไปอย่างสงบ




ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

น้อมรำลึกครบ 180 ปี ชาตกาล หลวงพ่อห้อง พุทธรักขิโต วัดช่องลม จ.ราชบุรี

น้อมรำลึกครบ 180 ปี ชาตกาล หลวงพ่อห้อง พุทธรักขิโต วัดช่องลม จ.ราชบุรี     วันเสาร์ที่ 15 ก.พ.2568 น้อมรำลึกครบ 180 ปี ชาตกาล หลวงพ่อห้อง พุทธรักขิโต หรือ พระครูอินทเขมาจารย์ วัดช่องลม จ.ราชบุรี พระเกจิผู้ปรากฏเกียรติคุณชื่อเสียงโด่งดังมาแต่ครั้งอดีต วัตถุมงคลล้วนได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะเหรียญหล่อโบราณ เกิดที่บ้านหน้าเมือง จังหวัดราชบุรี เมื่อวันที่ 15 ก.พ.2388 ครั้นเมื่ออายุครบบวช เข้าพิธีอุปสมบทที่วัดช่องลม จังหวัดราชบุรี อายุ 36 ปี พรรษา 15 ในปี พ.ศ.2424 พระครูอินทเขมาจารย์ (เรือง) เห็นถึงความอุตสาหวิริยะหมั่นเพียร และเอาใจใส่ในธุระของการศาสนา จึงได้แต่งตั้งให้เป็นพระปลัด ต่อมาในปี พ.ศ.2432 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ที่ พระครูอินทเขมาจารย์ ตำแหน่งรองเจ้าคณะจังหวัดราชบุรี พ.ศ.2455 ก็ได้เลื่อนขึ้นเป็นเจ้าคณะจังหวัดราชบุรี เคร่งครัดในพระธรรมวินัย มีจริยวัตรที่น่าเลื่อมใส ท่านได้ช่วยระงับอธิกรณ์น้อยใหญ่ และบริหารคณะสงฆ์ด้วยดีเสมอมา นอกจากนี้ ท่านยังได้บำรุงพระพุทธศาสนาโดยการบูรณปฏิสังขรณ์เสนาสนะต่างๆ ภายในวัดช่องลมให้เจริญรุ่งเรืองมาจน ทุกวันนี้ วัดช่องลม ตั้งอยู่บนถ...

น้อมรำลึก 16 ปี มรณกาล หลวงพ่อถม ธัมมทีโป วัดเชิงท่า จ.ลพบุรี

น้อมรำลึก 16 ปี มรณกาล หลวงพ่อถม ธัมมทีโป อดีตเจ้าอาวาสวัดเชิงท่า จ.ลพบุรี     วันเสาร์ที่ 15 มี.ค.2568 น้อมรำลึกครบรอบ 16 ปี มรณกาล “พระครูโสภณธรรมรัต” หรือ “หลวงพ่อถม ธัมมทีโป” อดีตเจ้าอาวาสวัดเชิงท่า ต.ท่าหิน อ.เมือง จ.ลพบุรี และที่ปรึกษาเจ้าคณะอำเภอเมืองลพบุรี พระเถระนักพัฒนาที่ชาวเมืองลพบุรีต่างให้ความเลื่อมใสศรัทธา มีนามเดิมว่า ถม สงวนวงษ์ เกิดเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 7 พฤศจิกายน 2455 ตรงกับวันแรม 13 ค่ำ เดือน 11 ปีชวด เวลาประมาณ 04.00 น. ที่บ้านโพธิ์ผีไห้ ต.โพธิ์เก้าต้น อ.เมือง จ.ลพบุรี บิดาเป็นกำนันชื่อ นายลอย สงวนวงษ์ และมารดาชื่อ เนย ครอบครัวประกอบอาชีพทำนา เริ่มการศึกษาครั้งแรกกับโยมบิดาตั้งแต่อายุได้ 5 ปี ต่อมาในพ.ศ.2462 บิดาได้นำตัวมาฝากไว้กับอาชื่อ สามเณรแถม ที่วัดเชิงท่า ต.ท่าหิน อ.เมือง จ.ลพบุรี เรียนหนังสือแบบเรียนเร็ว หนังสือมูลบทบรรพกิจ รวมทั้งหัดอ่านตัวขอมจากหนังสือพระมาลัย จนถึงพ.ศ.2464 บิดานำตัวไปฝากเรียนที่โรงเรียนประจำจังหวัดลพบุรี ในครั้งนั้นอยู่ที่บ้านวิชาเยนทร์ เรียนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 พ.ศ.2465 ย้ายไปอยู่กับพระครูธรรมรักขิต ผู้เป็นอา ที่วัดสุทัศนเทพวร...

น้อมรำลึก 104 ปี ชาตกาล หลวงพ่อพุธ ฐานิโย วัดป่าสาลวัน จ.นครราชสีมา

น้อมรำลึกครบรอบ 104 ปี ชาตกาล หลวงพ่อพุธ ฐานิโย อดีตเจ้าอาวาสวัดป่าสาลวัน จ.นครราชสีมา   วันเสาร์ที่ 8 ก.พ.2568 น้อมรำลึกครบรอบ 104 ปี ชาตกาล “พระราชสังวรญาณ” หรือ “หลวงพ่อพุธ ฐานิโย” อดีตเจ้าอาวาสวัดป่าสาลวัน อ.เมือง จ.นครราชสีมา พระวิปัสสนาจารย์อีกท่านหนึ่งแห่งดินแดนอีสาน และเป็นลูกศิษย์องค์สุดท้ายของหลวงปู่เสาร์ กันตสีโล มีนามเดิมว่า พุธ อินทรหา เกิดเมื่อวันพุธที่ 8 ก.พ.2464 ที่หมู่บ้านชนบท ต.หนองหญ้าเซ้ง อ.หนองโดน จ.สระบุรี บิดา-มารดามีอาชีพทำไร่ทำนาและค้าขาย อายุ 4 ขวบ บิดา-มารดาถึงแก่กรรม ญาติที่อยู่ที่หมู่บ้านโคกพุทรา ต.ตาลเนิ้ง อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร จึงมารับไปอุปการะ อายุ 8 ขวบ เข้าเรียนในโรงเรียนประชาบาลวัดไทรทอง ต.ตาลเนิ้ง เรียนจนจบชั้นประถมปีที่ 6 ต่อมาเมื่อปี พ.ศ.2479 ขณะอายุ 15 ปี ขอร้องให้ญาติซึ่งเป็นผู้ปกครองพาไปบรรพชาที่วัดอินทร์สุวรรณ บ้านโคกพุทรา ต.ตาลเนิ้ง อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร มีพระครูวิบูลย์ธรรมขันธ์ เจ้าคณะอำเภอสว่างแดนดิน เป็นพระอุปัชฌาย์ และพระครูโพธิภูมิไพโรจน์ เป็นพระบรรพชาจารย์ อาศัยอยู่กับพระครูโพธิภูมิไพโรจน์ ศึกษาทางด้านพระปริยัติธรรม และในพรรษาแรก ส...